“ชาวบ้านสันทะ” ร้องศูนย์ดำรงธรรมตรวจสอบการทำงานของ “ผู้ใหญ่บ้าน”

          ชาวบ้านสันทะบุกศาลากลาง ร้องศูนย์ดำรงตรวจสอบการทำงานของผู้ใหญ่บ้าน อ้างไม่โปร่งใสในการใช้เงิน SML เอื้อประโยชน์เฉพาะพวกพ้อง แถมวางอำนาจทำตัวเป็นนักเลง

          เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ราษฎรบ้านสันทะ หมู่ 6 ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย กว่า 50 คน เดินทางจากอำเภอนาน้อย มาที่ศูนย์ราชการจังหวัดน่าน เพื่อร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดน่าน ขอให้ตรวจสอบการทำงานของผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลสันทะ เกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุน SML และกองทุนต่างๆ ของหมู่บ้าน โดยได้นำเงินของกองทุนไปใช้ผิดระเบียบวัตถุประสงค์ ไม่มีความโปร่งใสในการทำงาน และชาวบ้านไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ และการทำงานของผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว สร้างความแตกแยก ทำให้ชาวบ้านแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย  เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง สุดท้ายชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ร่วมกิจกรรมของหมู่บ้าน ทำให้เกิดความเสียหายและหมู่บ้านไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร

          นายสมศักดิ์ พลังฤทธิ์ แกนนำชาวบ้าน ได้เปิดเผยว่า กรณีการกล่าวหานายเรืองเดช  กันทะลือ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย มาจากการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน เริ่มมาจากปี 2560 ได้มีการร้องเรียนเรื่องการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน (SML) และนำเงินกองทุน จำนวน 180,000 บาท ไปให้คณะกรรมการหมู่บ้านใช้เจาะบ่อบาดาล และนำเงินอีกส่วนหนึ่งไปให้คณะกรรมการหมู่บ้าน โดยคณะกรรมการ SML ไม่ทราบเรื่อง และผู้ใหญ่บ้านมีคำสั่งด้วยวาจาปลดคณะกรรมการ SML โดยไม่ได้เรียกประชุมชี้แจงใดๆ ให้คณะกรรมการและประชาชนได้รับทราบ อีกทั้งการขุดเจาะบ่อบาดาลบ้านสันทะ ก็ไม่ได้โปร่งใสเนื่องจากบ่อบาดาลที่ขุดเจาะมีความลึกไม่ตรงตามสัญญา ทำให้ชาวบ้านรู้สึกได้ว่าไม่โปร่งใสในการดำเนินการเกี่ยวกับกองทุน SML และการดำเนินงานขุดเจาะบ่อบาดาล  จนต้องมีการร้องเรียนเพื่อให้จังหวัดได้มีการตรวจสอบการทำงานของผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวด้วย

          ด้าน นายพิภัช ประจันเขตต์  ปลัดจังหวัดน่าน  ได้มารับหนังสือร้องเรียนพร้อมทั้งชี้แจงให้ชาวบ้านได้รับทราบ ถึงการดำเนินงานของจังหวัดน่าน พร้อมทั้งชี้แจงถึงการตรวจสอบการทำงานของผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลสันทะ ตามที่ได้มีการร้องเรียนเมื่อเดือนเมษายน 2561 และนำข้อมูลข้อร้องเรียนดังกล่าวแจ้งให้อำเภอนาน้อย ตั้งคณะกรรมการเข้าทำการตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าจังหวัดน่านจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายโดยเร็ว และเมื่อผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นต่อทุกฝ่าย ร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เกิดความสามัคคี ปรองดองในชุมชน และเกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายด้วย  ซึ่งผลของการเจรจาในวันนี้ ชาวบ้านมีความพอใจในการดำเนินงานของจังหวัด จึงได้แยกย้ายกันเดินทางกลับอย่างสงบ