ก่อน – หลังวัน (น่าน) สันติสุข

ก่อน – หลังวัน (น่าน) สันติสุข

            สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน เริ่มต้นปีใหม่มาหลายวันแล้ว หลายท่านยังฉลองปีใหม่ไม่แล้วเสร็จ ต้นเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นตรุษจีนกันอีก แล้วต่อไปด้วยตรุษไทย หรือตรุษสงกรานต์ มีกิจกรรมมากมายเข้ามาในชีวิตของพวกเรา เอาเป็นว่า หวังว่าว่าทุกท่านจะตระหนักรู้ ฉลองมากไปก็ไม่ดี ไม่ฉลองกันเสียเลยก็ไม่ได้ รักษาสุขภาพ รักษามิตรภาพระหว่างกันให้ดี ถือว่าดีที่สุด เพราะสังคมโลกเราอยู่กับความหลากหลาย จะให้ถูกต้องตรงใจกันทุกคนนั้นเห็นว่ายากอยู่ จึงมีคำกล่าวในหลายศาสนาในทำนองว่า ในการทำงานหรือดำรงชีวิตให้มีสติ ให้รู้จักคิดใคร่ครวญ และที่สำคัญรู้จักกตัญญูรู้จักตอบแทน พระคุณ เห็นที่ปรากฎเป็นข่าว ผู้คนไม่น้อยในยุคนี้ดูจะขาดความอดทน  ขาดความยับยั้งชั่งคิด ไม่พอใจแสดงออกแรงๆ ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดี เป็นข่าวใหญ่โต มันทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายบานปลายใหญ่โต ต้องมานั่งเสียอกเสียใจภายหลัง เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทุกชีวิตอยากสงบ สุข สบาย  แล้วไม่อยากให้คนที่ตนเองรักต้องมาพบกับความเดือดร้อน แต่ในชีวิตจริงกลับไม่ค่อยราบรื่นกัน ลองมาถามตัวเองดูว่าเป็นเพราะใคร หากเราไม่พยายามเสาะแสวงหาความรู้ รู้จักใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่ากันให้ดีที่สุดดีไหม?

การหาความรู้มาใส่ในสมองของคนเรา เพื่อประกอบการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่านั้น ดูเหมือนง่ายแต่ไม่ง่าย หากคนเราได้ใช้ความมานะพยายามทุกท่านจะพบว่า คนเราทุกคนสามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินทองทรัพยากรภายนอกมากมาย มีผู้รู้สอนว่าให้เรารู้จักอยู่ รู้จักกิน รู้จักเวลา รู้จักกาลเทศะ รู้จักอ่าน รู้จักคิด รู้จักทบทวน รู้จักสมาคมผู้คน รู้จักจดจำ รู้จักสื่อสาร รู้จักรักษามิตรภาพที่ดีให้คงอยู่ ที่หยิบยกมาเป็นเพียงแง่คิดเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายท่านได้ล้วนรับรู้และใช้อยู่เป็นประจำ สำหรับท่านที่ยังไม่คุ้นเคย ขอให้ทดลองปฎิบัติดูเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านในทางที่สร้างสรรค์ เพราะทุกวันนี้คนเราชอบมีข้ออ้างกันอยู่บ่อยๆ ว่าต้องหาเงินมาก ไม่ค่อยมีเวลา สารพัดข้ออ้าง จนทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาลดน้อยถอยลง กลายเป็นคนป่วยกายและป่วยด้านจิต ต้องพึ่งพาหมอพึ่งพายา แม้กระทั่งพึ่งพา หมอดู เหตุที่เกิดไม่ใช่เรื่องกรรมเก่าในชาติก่อน แท้จริงแล้วเกิดจากการท่านคนเราละเลยเรื่องของตนเองเป็นสำคัญ ไม่หมั่นฝึกตน ร่างกาย สมอง และจิตใจ จึงส่งผลให้เกิดอาการป่วยตามที่กล่าวมา ทั้งๆที่แหล่งข้อมูล ผู้รู้ ผู้ปรารถนาดีมีอยู่มากมาย กลับละเลยกัน เมื่อไหร่คนเราถึงจะได้เกิดการอาการตระหนักรู้  ปรับพฤติกรรมตนเองให้อยู่ในระดับที่รู้จักเข้าใจใช้ชีวิต

            คนเราเลือกที่เกิดไม่ได้ เมื่อเกิดมาแล้วสามารถเลือกที่อยู่และการดำรงชีวิต และเลือกที่ฝังร่างตนเองหลังเสียชีวิตได้ มาถึงวันนี้ด้วยความใส่ใจ อดใจไม่ได้ที่จะบอกเล่าเรื่องราวชีวิตบุคคลท่านหนึ่งที่ทำงานแบบ ปิดทองหลังพระ ลุงคำมี วัย 82 ปี ท่านถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 เวลา 05.20 นาฬิกา ชีวิตเกิดในแดนไกลในวัยหนุ่มเขา มีประสบการณ์ชีวิตผ่านการฝึกรบพิเศษเป็นอย่างดี ประสบการณ์การรบไม่น้อยในหลายประเทศ ไม่แสดงตนในลักษณะอวดรู้ เมื่อได้รับการร้องขอให้เข้าช่วยงานการเมือง ด้านจิตวิทยาความมั่นคง ทำงานเสียสละเป็นผลดี ส่งผลให้เพื่อนร่วมชนเผ่าวางอาวุธมาร่วมพัฒนาชาติ แม้ว่าหนทางชีวิตจะไม่ราบรื่น แต่ด้วยความอดทนเสียสละ ไม่ละทิ้งครอบครัว แผ่นดินไทยไปต่างแดน ยังคงอยู่คอยประสานให้เกิดความสงบมั่นคงในระดับที่คนแบบเขาสามารถช่วยเหลือประเทศได้ ทำงานเยี่ยงบุรุษนิรนามไม่มียศ ไม่ปรากฎชื่อ คงเป็นเหมือนอย่างกับหลายๆคนที่ล่วงลับแล้ว ไม่ปรากฎชื่อ  และที่ยังคงมีชีวิตอยู่อีกไม่น้อย ไม่ปรากฎชื่อเช่นกัน แต่พวกเขาเหล่านั้นรวมถึง “ลุงคำมี” ไม่ได้เรียกร้องอะไร หากแต่ทำความดีเพื่อความดี เพื่ออุดมการณ์เที่ยงตรง เพื่อภารกิจที่ได้รับมอบหมายถวายตัว แม้ว่าจะมีข้อมูลแย่ๆ ไม่ปรากฎ หลักฐานยืนยันทำลายกันให้เสียหาย เสียความรู้สึก คนที่หนักแน่นในคุณงามความดีไม่เคยย่อท้อ เพราะมีจิตใจมั่นคง

ก่อน-หลังวันที่จังหวัดน่านจะมีสันติสุขเช่นทุกวันนี้ อยากให้คนที่เพิ่งเกิด เพิ่งรู้จัก เพิ่งเข้ามา เพื่งรับรู้ ได้รู้ไว้เลยว่าน่านกว่าจะถึงวันนี้ มีพลเรือน ตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร คนดีที่เสียสละมากมาย ทั้งปรากฎชื่อและไม่ปรากฎ ชื่อ ท่านเหล่านั้นได้ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ความรัก ความเสียสละ ท่านที่อาจถูกทอดทิ้งมีอยู่ไม่น้อย หากถ้อยคำดีๆ โอกาสดีๆ หรือท่าทีดีๆ ที่รับฟัง  ให้ข้อคิด ให้เกิด หรือพอที่จะดูแลช่วยเหลือบรรดานักรบนักสู้นิรนามเหล่านั้นได้ก็ดี ท่านอย่าได้ละเลยด้วยสรุปว่า คนอื่นเขาเป็นคนไม่ดี ไม่น่าไว้วางใจ เวลาน้อยชอบด้วยสรุปแบบหูเบากัน ไม่ใช่พอมีอำนาจวาสนา บารมี จะไปบังคับใช้กฎหมายแบบหยาบๆ โดยไม่คำนึงถึงข้อมูลคุณงามความดีของคนดีในอดีต  หรือของบรรพบุรุษของพวกเขา คนเราอยู่ในสังคมที่เห็นค่า เห็นหลัง เห็นหน้าค่าตา พอมีข้อมูลรู้ภูมิประวัติกันดีอยู่ ไม่อยากให้ลืมความเก่า เกียรติประวัติของผู้คนที่เคยทำคุณงามความดี ไม่ว่าวันนี้พวกเขาเหล่านั้นจะอยู่ในสถานะใด  เอาเถอะลุงคำมี การเสียชีวิตของท่านแม้จะไม่เป็นข่าวใหญ่โตกว้างขวางนัก คุณงามความดีของท่านเป็นที่ประจักษ์แจ้งชัดเจนในตัว เป็นบทเรียนชีวิตคนดีที่ทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนๆ ทราบว่าลูกหลานท่านส่วนใหญ่ได้ดี อยู่ดีมีสุข มีความเจริญก้าวหน้า เชื่อว่าเกิดจากผลบุญหนุนส่งจากการที่ท่านทำดีเพื่อพี่น้องชนเผ่า ชาติพันธุ์ ช่วยเหลือประเทศชาติบ้านเมืองขณะมีชีวิต ในช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 12 มกราคม 2561 ในความอบอุ่นแวดล้อมด้วยลูกหลานญาติ ลุงคำมีคนดีที่ทำงานแบบปิดทองหลังพระ ร่างของท่านกลับคืนสู่แผ่นดิน จิตติดสนิทกับพระเจ้าที่ท่านเคารพศรัทธาในสุสานของครอบครัว พื้นที่อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน ทุกขีวิตมีเรื่องราว เป็นบทเรียนสำคัญ ขอจารึกไว้ความทรงจำ ก่อน – หลังวันที่จังหวัดน่านจะเกิดความสันติสุข ไม่อยากให้ลืมคนดีความดีของวีรบุรุษผู้เสียสละที่มีชื่อและไม่ปรากฎชื่อ หรือที่เรียกว่า วีรบุรุษนิรนาม ทั้งหลาย.